วันพุธที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

5 เทคนิคสร้างภูมิคุ้มใจในการทำงาน

5 เทคนิคสร้างภูมิคุ้มใจในการทำงาน

 เว็บ http://workeasys.blogspot.com ขอแชร์บทความดีดี : เชื่อไหมว่า... คนบางคนไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด เพียงได้ยินคำว่า "ล้มเหลว" จิตใจที่เคยเข้มแข็งก็กลับหวั่นไหวบั่นทอนกำลังใจไปได้ไม่น้อยทีเดียว แต่ในช่วงชีวิตหนึ่ง ในระยะทางที่ก้าวผ่านอาจต้องมีสะดุดล้มกันบ้าง ไม่ว่าจะล้มหนักล้มเบาโดยเฉพาะกับเรื่องหน้าที่การงาน

5 เทคนิคสร้างภูมิคุ้มใจในการทำงาน

          วันนี้คุณเป็นคนหนึ่งที่อยากได้ภูมิคุ้มกันบำรุงใจหรือไม่ ถ้าใช่ เรามีเคล็ดลับในการสร้างภูมิคุ้มใจในการทำงานมาบอกคุณ

 ทัศนคติที่ดี 

          ปรับทัศนคติให้เป็นกลางมากที่สุด อย่าอคติตั้งแต่แรก ถึงแม้ในออฟฟิศจะมีหัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานที่คุณไม่อยากพบเจอและร่วมงานด้วย แต่การมองโลกในแง่บวกจะช่วยให้คุณสบายใจขึ้นและช่วยให้สถานการณ์ต่าง ๆ ในที่ทำงานไม่เลวร้ายไปมากกว่าเดิม

 รู้จักแยกแยะ 

          เรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวอย่าเอามาปะปนกัน หากคุณไม่พอใจกับนิสัยบางอย่างของเพื่อนร่วมงาน แต่คนคนนั้นไม่ได้ทำหน้าที่บกพร่องในเรื่องงาน คุณต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัวมาบดบังเรื่องงาน แยกแยะให้ได้เวลาจะต้องคุยงานก็ทำตัวปกติ แล้วนอกเวลาคุณจะไม่คุย นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทำอย่างนี้แล้วเชื่อเถอะว่าชีวิตการทำงานของคุณจะมีความสุข และอยู่ในที่ในทางมากขึ้น

 มีธรรมะในใจ 

          ศาสนาพุทธมีหลักธรรมคำสอนมากมายที่สามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้ ที่แนะนำให้พึงปฏิบัติสำหรับคนทำงาน คือ อิทธิบาท 4 (คุณธรรมให้ลุถึงความสำเร็จตามที่ประสงค์) ได้แก่ ฉันทะ คือความพอใจในสิ่งที่ตนเป็น วิริยะ คือความพากเพียร จิตตะ คือการมีสมาธิ ไม่ละทิ้งสิ่งที่ตั้งใจและเอาใจต่อสิ่งนั้น และวิมังสา คือการหมั่นหาเหตุและผลในสิ่งที่ทำ

 ชนะวันนี้ ชนะวันหน้า 

          ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ยามท้อแท้มีปัญหากับเจ้านายและเพื่อนร่วมงานหรือพบเจออุปสรรคในการทำงาน ระลึกไว้ว่าถ้าคุณเอาชนะตัวเอง อดใจไม่โมโหหุนหันได้ในวันนี้ วันข้างหน้าก็คือความสำเร็จที่เฝ้ารอคุณอยู่ ที่สำคัญคุณอาจท้อและยอมให้ใคร ๆ ได้ แต่ที่สำคัญต้องชนะใจตัวเองเสมอ

 พลิกมุมมอง 

          ในทีนี้หมายถึงให้คุณรู้จักเป็นคนพลิกแพลง เปลี่ยนเป้าหมายจากเรื่องร้ายให้เป็นเรื่องดี ฝึกหัดคิดและมองหลาย ๆ มุม คำว่าล้มเหลวไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะคิดอีกครั้ง หากไม่รู้จักคำว่าแพ้ ก็จะไม่มีทางรู้จักความหมายของคำว่าชนะที่แท้จริง

ขอบคุณข้อมูล http://health.kapook.com/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น